จากการสํารวจภาวะสุขภาพและโภชนาการระดับชาติในญี่ปุ่นเมื่อปี 2018 พบว่าผู้หญิงญี่ปุ่นมีภาวะความดันโลหิตสูงถึงร้อยละ 33.8 ในวัย 50 ปี ด้วยเป็นภาวะที่ไม่แสดงอาการอย่างเฉียบพลัน แต่หากมีภาวะความดันโลหิตสูงไปเรื่อยๆ ก็อาจส่งผลให้เกิดโรคที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ซึ่งได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง กล้ามเนื้อหัวใจตาย และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เป็นต้น มีอาหารชนิดหนึ่งที่คุณหมอและนักโภชนาการชาวญี่ปุ่นแนะนำให้รับประทานเป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันและบรรเทาภาวะความดันโลหิตสูง อาหารดังกล่าวคือ ถั่วอะซูกิ (Azuki bean, あずき) มารู้กันว่าทำไมถั่วอะซูกิจึงช่วยบรรเทาภาวะความดันโลหิตสูงและวิธีการนำมารับประทานกันค่ะ
เหตุผลที่ถั่วอะซูกิช่วยป้องกันและบรรเทาความดันโลหิตสูงได้

ถั่วอะซูกิมีคุณค่าสารอาหารสำคัญที่ช่วยป้องกันและบรรเทาความดันโลหิตสูงดังนี้
1. ซาโปนิน (Saponin)
สารซาโปนินที่มีมากในถั่วอะซูกิมีบทบาทสำคัญในการขจัดคอเลสเตอรอลออกจากหลอดเลือดและลดปริมาณไขมันในเลือด อีกทั้งสารชนิดนี้ยังมีผลในการกดการสร้างลิปิดเปอร์ออกไซด์ (Lipid peroxide) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดและส่งเสริมให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็ง
2. กรดอะมิโนไลซีน (Lysine)
ถั่วอะซูกิอุดมไปด้วยกรดอะมิโนไลซีนซึ่งเป็นกรดอะมิโนจำเป็นที่ช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย กรดอะมิโนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญในการดูแลรักษาโรคความดันโลหิตสูงได้
3. โพลีฟีนอล (Polyphenol)
ถั่วอะซูกิมีปริมาณโพลีฟีนอลสูงกว่าไวน์แดงประมาณ 1.5-2 เท่า โพลีฟีนอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยป้องกันไม่ให้สารอนุมูลอิสระเข้าไปทำลายผนังหลอดเลือด ป้องกันการแก่ของหลอดเลือด และช่วยคงสภาพความยืดหยุ่นของหลอดเลือด จึงช่วยป้องกันความดันโลหิตสูงและช่วยให้ความดันโลหิตลดลงได้
4. เส้นใยอาหาร
เส้นใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำซึ่งมีสูงถึง 90 เปอร์เซ็นต์ในถั่วอะซูกิช่วยกดการเพิ่มขึ้นของความดันโลหิต โดยไปห่อหุ้มเกลือส่วนเกินที่ลำไส้และขับออกทางอุจจาระ และช่วยขจัดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีออกจากร่างกายด้วย นอกจากนี้ การรับประทานถั่วที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารจะทำให้รู้สึกอิ่มและป้องกันการรับประทานอาหารในปริมาณที่มากเกินไป
งานวิจัยทางคลินิกยืนยันว่าการรับประทานถั่วอะซูกิเป็นประจำช่วยให้ความดันโลหิตดีขึ้นได้
ผลการทดลองทางคลินิกที่ศึกษาโดยศาสตราจารย์ Atsushi Kato มหาวิทยาลัย Nayoro City แสดงให้เห็นว่ามากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของอาสาสมัครชายหญิงจำนวน 32 คน ที่ดื่มชาอะซูกิวันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 4 สัปดาห์ติดต่อกัน มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดลดลง และมีผู้ป่วยจำนวน 8 คนมีระดับไตรกลีเซอร์ไรด์ในเลือดลดลง
วิธีการรับประทานถั่วอะซูกิและปริมาณที่ดีต่อสุขภาพ

วิธีการนำถั่วอะซูกิมารับประทานอาจทำได้โดยการนำมาต้ม หุงกับข้าว หรือรับประทานเป็นน้ำชา ปริมาณการรับประทานที่ให้ผลดีต่อความดันโลหิตคือ วันละประมาณ 100 กรัม โดยอาจรับประทานถั่วอะซูกิอย่างเดียวหรือรับประทานร่วมกับถั่วเหลืองก็ได้ ทั้งนี้การดื่มชาอะซูกิวันละ 3 ครั้ง เป็นประจำทุกวันก็มีประสิทธิภาพในการช่วยให้ความดันโลหิตดีขึ้นเมื่อควบคุมปริมาณอาหาร
วิธีทำชาอะซูกิ

วัตถุดิบ
- ถั่วอะซูกิ 60 กรัม
- น้ำ 600 มิลลิลิตร
วิธีทำ
- นำถั่วอะซูกิมาล้างให้สะอาดและวางไว้ให้สะเด็ดน้ำ นำไปเกลี่ยบนอลูมิเนียมฟอยล์ที่วางไว้บนถาดสำหรับอบ แล้วอบที่ 200 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 8 นาที หรืออบในเตาย่างขนมปังเป็นเวลา 7 นาที จนถั่วมีสีดำ
- นำถั่วที่ผ่านการอบมาเทใส่หม้อ เติมน้ำลงไป และต้มจนน้ำเดือด จากนั้นต้มเคี่ยวด้วยไฟอ่อนต่อเป็นเวลาอีก 10 นาที แล้วจึงปิดไฟ
- กรองเอาน้ำต้มถั่วไว้เพื่อนำมาดื่มได้ทั้งวัน โดยหากชอบรสชาติหวานก็อาจเติมน้ำตาลทรายแดงลงไปเล็กน้อยในขณะที่กำลังต้ม สำหรับถั่วที่เหลือจากการเตรียมชาก็สามารถนำมาหุงกับข้าวหรือใส่แกงกะหรี่ได้ตามชอบ
สุขภาพดีหาซื้อไม่ได้ และสุขภาพกายมักจะเสื่อมลงตามวัยหากขาดความใส่ใจดูแล มาดูแลสุขภาพกายของเราให้แข็งแรงนานๆ ไปพร้อมกับอาหารทางเลือกที่มีคุณค่าต่อสุขภาพกันค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก jisin


